SITEMAP 
 
 
 
 
 
 
 
 
Hilight Leadertime

Home > Hilight Leadertime
CNI ยันเดินหน้าลงทุนในไทยงัดยุทธศาสตร์ระยะสั้น-ยาว ดันยอดทะลุ 1,000 ล้านใน 5 ปี
Total Share
Update 01.06.2560 View 794

CNI ยันเดินหน้าลงทุนในไทยงัดยุทธศาสตร์ระยะสั้น-ยาว ดันยอดทะลุ 1,000 ล้านใน 5 ปี

CNI ยันเดินหน้าลงทุนในไทยต่อเนื่อง สอดรับแผนดัน CNI Global ขึ้น TOP 5 ในอาเซียน ชี้ตลาดไทยยังมีศักยภาพสูงสุดในกลุ่มอินโดไชน่า  เตรียมงัดแผนระยะสั้นเน้นทำงานใกล้ชิดกับแม่ทีม พร้อมสร้างเครื่องมือสนับสนุนการทำงานเต็มที่ ขณะที่แผนระยะยาว เร่งสร้างแบรนด์อะแวเนสผ่านสินค้าหลักLife Enzymeวาดเป้าดันยอดขายทะลุ 1,000 ล้านในอีก 5 ปี

 มร.หลุยส์ ชู ผู้จัดการประจำประเทศไทย CNI Globalเปิดเผยกับ”Leader Time”ว่า CNI Globalมีความมั่นใจในศักยภาพตลาดของประเทศไทยที่ยังมีช่องว่างของการขยายธุรกิจเครือข่ายอีกมาก และเป็นตลาดใหญ่สุดในกลุ่มอินโดไชน่า โดยยังยืนยันความพร้อมที่จะลงทุนในด้านต่างๆ เพื่อสร้างตลาดไทยให้มีการเติบโตต่อเนื่องและเป็นไปตามแผนที่วางไว้ในอีก 5 ปีข้างหน้า ที่ต้องการสร้างให้ CNI ประเทศไทยมีรายได้ติด 1 ใน 20 อันดับของธุรกิจขายตรงในไทย หรือมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งแผนดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของ CNI Globalที่วางเป้าหมายการผลักดันธุรกิจในภาพรวมขึ้นติดอันดับ TOP 5 ของธุรกิจขายตรงในอาเซียน ในอีก 5 ปี
             “ด้วยความแข็งแกร่งในด้านธุรกิจบริษัทในเครือ CNI โฮลดิ้งมหาชน ที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 30 ปี มีความหลากหลายของธุรกิจประเภท ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจส่งออก ธุรกิจขายตรงชั้นเดียว และธุรกิจขายตรงหลายชั้น มีโรงงานผลิตสินค้าเป็นของตนเอง โดยเฉพาะในธุรกิจขายตรงหลายชั้น ที่มีเป้าหมายการสร้างCNI Globalให้ขึ้นเป็นบริษัท Top 5 ในกลุ่มอาเซียนอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งปัจจุบันมีการลงทุนขยายตลาดไปแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย สิงค์โปร บูรไน ไนจีเรีย พม่า ไทย เวียดนาม จีน (จีนเป็นรวม 4 ตลาด ประกอบด้วย มาเก๊า ฮ่องกง จีนและใต้หวัน) และในอนาคตอันใกล้มีแผนการขยายตลาดไปยังประเทศลาวและกัมพูชา  ซึ่งขั้นตอนอยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนในแต่ละประเทศ”
ทั้งนี้การที่ CNI Globalมั่นใจว่าจะดำเนินธุรกิจได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ มาจากปัจจัยบวกในด้านศักยภาพตลาดของแต่ละประเทศที่ยังมีโอกาสเติบโตสูง เห็นได้จากยอดขายในแต่ละประเทศที่มีการเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งในเดือนเมษายนเพียงเดือนเดียว มียอดขายสูงถึง 1,200 ล้านบาท และประเทศพม่าที่มีการเติบโตมากกว่าตลาดไทย 5 เท่าตัว รวมถึงปัจจัยบวกในเรื่องการเปิดตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AECที่จะทำให้ระบบการค้าเปิดเสรีกว้างขึ้น การทำธุรกิจข้ามประเทศมีความง่ายขึ้น โดยเฉพาะในแง่ของภาษี 0% ส่งผลให้CNI Globalมีความได้เปรียบคู่แข่งในเรื่องของต้นทุนราคาสินค้า เนื่องจากมีโรงงานผลิตสินค้าเป็นของตนเองมากถึง 7 แห่งในภูมิภาคเอเชีย”
             อย่างไรก็ตาม การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงที่บริษัทได้วางพื้นฐานด้านต่างๆ และปรับโครงสร้างองค์กร รวมถึงการวางระบบการบริหารจัดการภายใน ดังนั้นเพื่อสร้างการเติบโตในการก้าวสู่ปีที่ 3 บริษัทโดยวางยุทธศาสตร์เชิงรุก ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยกลยุทธ์เชิงรุกระยะสั้นนั้นมี 4 ด้าน ประกอบด้วย1.การสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้นำและสมาชิก โดยทางบริษัทฯ จะเน้นการทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้นำ เพื่อดำเนินธุรกิจไปในทิศทางและก้าวสู่เป้าหมายเดียวกัน เพื่อให้ผู้นำถ่ายทอดนโยบายการทำงานไปยังสมาชิกและสร้างความเป็นเอกภาพในการทำงานของแต่ละองค์กร รวมทั้งจะมีการโปรโมทผู้นำอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีแผนการนำผู้นำระดับ Director จำนวน 25 คน  เข้าร่วมงานแกรนด์โอเพนนิ่งอย่างเป็นทางการของประเทศพม่าในเดือนพฤศจิกายน 2560 งานดังกล่าวคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 5,000 คน
               2.การต่อยอดธุรกิจผ่านกลุยทธ์ G Strategyซึ่งจะเป็นการจ่ายผลตอบแทนรายได้เพิ่มขึ้นจากแผนการจ่ายผลตอบแทนเดิมที่มีอยู่แล้ว เพื่อกระตุ้นให้สมาชิกใหม่สามารถสร้างรายได้ทะลุหลักแสนบาท เนื่องจากการสำรวจพบว่า มีสมาชิกนักธุรกิจบางคนที่เคยทำธุรกิจเครือข่ายมาหลายปี แต่ไม่สามารถสร้างรายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเริ่มใช้กลยุทธ์ดังกล่าวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
             3. การสร้างระบบอบรมและให้ความรู้ โดยที่บริษัทจะสนับสนุนในด้านเครื่องมืออย่างเต็มที่ เพื่อให้สมาชิกทำงานได้อย่างสะดวกและมีความคล่องตัว ทั้งในระบบออฟไลน์และออนไลน์ โดยระบบออฟไลน์ จะเน้นการจัดประชุม อบรมให้กับสมาชิกอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ขณะที่ในส่วนของออนไลน์นั้น เนื่องจากปัจจุบัน ระบบออนไลน์มีบทบาทและอิทธิพลกับธุรกิจเครือข่ายเป็นอย่างมาก ซึ่งบริษัทจะให้ความสำคัญในการสร้างเครื่องมือมารองรับ ไม่ว่าจะเป็น การสร้างวิดีโอเกี่ยวกับการทำธุรกิจ ทั้งในรูปแบบการเปิดใจคนใหม่ การสร้างแรงบันดาลใจ ทำไมต้อง CNI ผ่านช่องทางยูทูป ,การสร้างไลน์กรุ๊ปแต่ละกลุ่มองค์กร เพื่อแชร์ข้อมูลระหว่างสมาชิก
นอกจากนี้ ได้มีการเปิดตัวแอพลิเคชั่น CNI Global Mobile เพื่อให้สมาชิกสามารถเข้าไปดูข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลสายงาน รายได้ ออเดอร์ วิดีโอสินค้า การจัดโปรโมชั่น รวมถึงสมาชิกใหม่ที่เข้ามาร่วมสายงานธุรกิจ และปัจจุบันบริษัทกำลังจัดทำการสั่งซื้อออนไลน์สหรับลูกค้าเพิ่มอีกช่องทางหนึ่ง รวมถึงได้เพิ่มความสะดวกสำหรับการสมัครสมาชิก ด้วยการใช้ระบบ Ans Systemเพื่อให้สมาชิกใหม่ได้ทราบขั้นตอนการทำธุรกิจตั้งแต่ต้นจนจบ และมี Power Point ภาษาไทยให้สมาชิกได้เข้าใจการทำงานแบบง่ายๆ
สำหรับกลยุทธ์สุดท้าย เพื่อกระตุ้นสมาชิกอย่างต่อเนื่อง ทางบริษัทจะมีการจัดโปรโมชั่นทริปการท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ตามเงื่อนไขที่วางไว้ โดยในวันที่ 11-15 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ได้พาผู้นำระดับDirector ไปท่องเที่ยวที่ประเทศออสเตรเลีย และทริปต่อไปจะจัดท่องเที่ยวที่ประเทศฝรั่งเศสในปี 2561
ขณะเดียวกัน เพื่อเป็นการขยายฐานสมาชิกในกลุ่มผู้บริโภคให้กว้างขึ้น บริษัทได้เปิดช่องทางการเป็นสมาชิกผู้บริโภค เมื่อชำระค่าสมัครจะได้รับสินค้าที่มูลค่ามากกว่า 900 บาท เพื่อให้เกิดการทดลองใช้ เนื่องจากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่า มีกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้สินค้า แต่ไม่ต้องการทำธุรกิจ โดยเป้าหมายในระยะยาว บริษัทคาดว่า กลุ่มสมาชิกผู้บริโภคเหล่านี้ สามารถขยับขึ้นมาเป็นนักธุรกิจได้ หลังจากที่ได้ทดลองใช้สินค้าแวเกิดผลลัพท์ เริ่มมองเห็นช่องทางของการเพิ่มรายได้
ส่วนแผนระยะยาวนั้น มร.หลุยส์ กล่าวต่อไปว่า บริษัทฯ มีแผนการสร้างแบรนด์อะแวเนสและสร้างแบรนด์ CNI ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ผ่านสินค้าหลัก Life Enzyme ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความแตกต่างจากคู่แข่ง มีการวิจัย พัฒนาสินค้า มีสิทธิบัตร รวมทั้งใช้เทคโนโลยีการผลิตของ CNI โดยเฉพาะ ล่าสุดเพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้าและตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อน้อย บริษัทได้ผลิต Life Enzyme ขนาดบรรจุ 15 ซองต่อกล่อง และปรับราคาลดลง เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น รวมทั้งจะมีการเพิ่มรูปแบบสินค้าดังกล่าวจากเดิมที่เป็นแบบซองสำหรับชงดื่ม มาเป็นแบบแคบซูล เพิ่มความสะดวกให้กับผู้บริโภค ขณะที่สินค้าคอลลาเจนเปปไทน์ ได้ปรับสูตรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ราคาเท่าเดิม
 นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มความหลากหลายของสินค้า ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า คือ เครื่องฟอกอากาศ เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ซึ่งสินค้าดังกล่าวได้รับการตอบรับจากลูกค้าและสมาชิกเป็นอย่างดี  
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากแผนการรุกตลาดเพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ CSR (Corporate Social Responsibility) ด้วยการสปอนเซอร์ Life Enzymeให้กับผู้บริโภคที่มีรายได้น้อย จำนวน 100 คน หรือคิดเป็นมูลค่า 3 ล้านบาท โดยเป้าหมายเพื่อต้องการให้ผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดีขึ้น
 
 
 
           
 
 
 
© Copyright 2013 www.leadertimenews.com All Rights Reserved. Call Center: (662) 513-3579